วิธีพ่วงแบตฯ ที่ถูกต้อง ปลอดภัย
คู่มือจั๊มแบตเตอรี่รถยนต์ : วิธีพ่วงแบตฯ ที่ถูกต้อง ปลอดภัย (ฉบับมือใหม่ก็ทำได้)ปัญหา "รถสตาร์ทไม่ติด" เพราะแบตเตอรี่เสื่อมหรือไฟหมด เป็นสถานการณ์ฉุกเฉินที่ผู้ใช้รถทุกคนมีโอกาสเจอ การรู้วิธี "จั๊มแบตเตอรี่" (Jump Start) หรือการพ่วงแบตฯ อย่างถูกวิธีจึงเป็นทักษะสำคัญที่ช่วยให้คุณแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ทันทีแต่รู้หรือไม่? หากพ่วงแบตฯ ผิดวิธี อาจทำให้ระบบไฟฟ้ารถยนต์เสียหายหนัก หรือเกิดอันตรายร้ายแรงได้ บทความนี้จะสอนวิธีการจั๊มแบตเตอรี่ที่ถูกต้อง พร้อมภาพประกอบทีละขั้นตอน เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของคุณและรถยนต์สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนเริ่มจั๊มแบตฯสายพ่วงแบตเตอรี่ (Jumper Cables): ควรเลือกสายที่มีคุณภาพสูง หน้าตัดสายใหญ่ และคีมจับแน่นแข็งแรงรถยนต์คันที่มาช่วย (รถต้นกำเนิดไฟ): ต้องมีแบตเตอรี่ที่มีแรงดันไฟฟ้าเท่ากัน (ส่วนใหญ่คือ 12 โวลต์)ภาพประกอบ: ขั้นตอนการต่อสายพ่วงแบตเตอรี่ที่ถูกต้องก่อนเริ่มกรุณาศึกษาแผนภาพนี้เพื่อทำความเข้าใจลำดับการต่อสาย สีแดงคือขั้วบวก (+) และ สีดำคือขั้วลบ (-) ลำดับ 1-2-3-4 คือหัวใจสำคัญของความปลอดภัยขั้นตอนการจั๊มแบตเตอรี่รถยนต์ : ทีละขั้นตอนจากภาพประกอบด้านบน (ลำดับ 1-4) ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนอย่างเคร่งครัด:ลำดับการต่อสาย (การเชื่อมต่อ)ลำดับ 1 (สีแดง): ต่อขั้วบวก (+) ของแบตเตอรี่ที่เสีย (รถคันไฟหมด)คีบสายสีแดงเข้ากับขั้วบวก (+) ของแบตเตอรี่รถยนต์ที่สตาร์ทไม่ติด (คันซ้ายในภาพ)ลำดับ 2 (สีแดง): ต่อขั้วบวก (+) ของแบตเตอรี่ที่ดี (รถคันที่มาช่วย)คีบปลายสายสีแดงอีกด้านเข้ากับขั้วบวก (+) ของแบตเตอรี่รถคันที่ปกติ (คันขวาในภาพ)ลำดับ 3 (สีดำ): ต่อขั้วลบ (-) ของแบตเตอรี่ที่ดี (รถคันที่มาช่วย)คีบสายสีดำเข้ากับขั้วลบ (-) ของแบตเตอรี่รถคันที่ปกติลำดับ 4 (สีดำ): ต่อจุดกราวด์บนตัวถัง/เครื่องยนต์ (รถคันไฟหมด)สำคัญมาก! อย่าต่อสายสีดำเข้ากับขั้วลบ (-) ของแบตเตอรี่ที่เสียโดยตรง (เพราะอาจเกิดประกายไฟใกล้กับก๊าซไฮโดรเจนที่แบตเตอรี่ปล่อยออกมาและทำให้ระเบิดได้)ให้คีบสายสีดำเข้ากับโครงโลหะที่หนาและแข็งแรงของคันไฟหมด เช่น ชิ้นส่วนเครื่องยนต์ หรือตัวถังส่วนที่เป็นโลหะเปลือย (ตามจุดที่ลูกศรเขียวในภาพชี้) เพื่อเป็นจุดกราวด์อย่างปลอดภัยการสตาร์ทและการถอดสายสตาร์ทรถต้นกำเนิดไฟ: สตาร์ทรถคันที่มีแบตเตอรี่ดี และปล่อยให้เครื่องยนต์ทำงานประมาณ 2-3 นาที เพื่อจ่ายกระแสไฟลองสตาร์ทรถคันไฟหมด: พยายามสตาร์ทรถคันที่สตาร์ทไม่ติด หากติดแล้วให้ปล่อยเครื่องยนต์ทำงานไว้ถอดสายพ่วงในลำดับย้อนกลับ (4 > 3 > 2 > 1):ถอดสายดำจากจุดกราวด์รถคันไฟหมดถอดสายดำจากขั้วลบรถต้นกำเนิดไฟถอดสายแดงจากขั้วบวกรถต้นกำเนิดไฟถอดสายแดงจากขั้วบวกรถคันไฟหมดข้อควรระวังด้านความปลอดภัยป้องกันดวงตา: หากเป็นไปได้ควรสวมแว่นตาป้องกันห้ามให้ปลายสายโดนกัน: ระวังอย่าให้คีมจับสีแดงและสีดำสัมผัสกันในขณะที่อีกด้านเชื่อมต่ออยู่กับแบตเตอรี่ เพราะจะทำให้ไฟฟ้าลัดวงจรตรวจสอบสภาพแบตเตอรี่: อย่าจั๊มแบตเตอรี่ที่แตกร้าว รั่วซึม หรือมีอาการบวมการจั๊มแบตเตอรี่เป็นเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า หลังจากสตาร์ทติดแล้ว คุณควรขับรถต่อเนื่องอย่างน้อย 30-60 นาที เพื่อให้ไดชาร์จ (Alternator) ทำการชาร์จไฟกลับเข้าแบตเตอรี่ให้เต็ม หรือนำรถเข้าศูนย์บริการเพื่อตรวจสอบสภาพแบตเตอรี่ว่าเสื่อมสภาพและจำเป็นต้องเปลี่ยนใหม่หรือไม่
อ่านเพิ่มเติม